12 เทคนิคการถ่ายภาพที่นักถ่ายภาพ ทุกคนควรรู้
(ตอนที่ 2)

7. ทำการซูมใกล้โดยใช้เลนส์ Telephoto ของไอโฟนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ในบางครั้งเมื่อคุณต้องการเข้าใกล้​ subject​ ของ​คุณ​เพื่อเก็บ​รายละเอียด​ให้​มากขึ้น​ คุณสามารถ​ทำได้โดยใช้ฟังค์ชั่น​การซูมของกล้องบนไอโฟน​โดยที่คุณไม่ต้องขยับตัวเองเข้าไปใกล้ในการจับภาพหรือชอตพิเศษ​ที่ไม่สามารถทำได้โดยทั่วไป​ แต่คุณควรทำในกรณีที่​ไอโฟนของคุณมี​ 2 เลนส์เท่านั้น​

ถ้าไอโฟนของ​คุณ​เป็น​รุ่น​ XS / XS​ Max / 8​ plus / 7 plus และก็​ กล้องของคุณจะมี​ 2 เลนส์​นั่นก็คือ​ เลนส์แบบ​ wide angle (มุมกว้าง) และ​ เลนส์​แบบ​ 2x telephoto​ ซึ่งเลนส์​อันหลังหรือ​ telephoto​ นี้เองจะเป็นตัวทำให้คุณสามารถ​จับภาพแบบซูมใกล้ที่มีคุณภาพสูงได้

ในทางปฏิบัติ​นั้นคุณ​สามารถ​ทำได้​โด​ย​ กดไปที่​ปุ่ม​ 1x ที่ด้านล่างของหน้าจอการถ่ายภาพ​ ไอคอนจะเปลี่ยนไปเป็​น​ 2x​ ซึ่งหมายความ​ว่า​คุณ​กำลังใช้งานเลนส์​ 2x​ telephoto​ อยู่​ และภาพของคุณก็จะถูกขยายอย่างมีคุณภาพ​เพื่อการเก็บรายละเอียด​ที่มากขึ้น​ และคุณ​สามารถเปลี่ยนเลนส์​กลับไปเป็นแบบ​ wide angle ได้ทุกเมื่อ​โดยการกดปุ่มไอคอน​ 2x

เมื่อพูดถึงการซูมใกล้บนไอโฟน​ คุณอาจนึกถึงวิธี​ยอดฮิตที่คนมักใช้โดยการวาง​ 2 นิ้วไปบนหน้าจอและขยับทั้ง​ 2 นิ้วออกไปพร้อมๆกัน​ ซึ่งสามารถทำได้บนไอโฟนทุกรุ่นแม้จะไม่มี​เลนส์ telephoto​ ก็ตาม​ แต่เราไม่แนะนำให้คุณ​ใช้วิธีนี้เพราะว่าการซูมแบบนั้นใช้ระบบดิจิตอล​ซึ่งจะไปลดคุณภาพของรูปถ่าย​ลง​

สรุปก็คือถ้าไอโฟนของ​คุณ​มีเลนส์แบบ​ telephoto​ ก็ให้คุณ​ซูมใกล้โดยการกดปุ่ม​ 1x เพื่อ​รูปขยายที่มีคุณภาพ​สูง​ แต่ถ้าไม่มีคุณก็ไม่ควรใช้นิ้วในการซูมใกล้​ แต่ว่าให้ขยับตัวคุณ​เข้าไปใกล้​ subject​ แทนจะดีกว่า

8. ตั้งกล้องให้มั่นคงเพื่อให้ได้รูปที่คมชัดและไม่สั่นไหว

ใน​บางครั้ง​รูปที่คุณถ่ายดูออกมาเบลอๆ​ ซึ่งสาเหตุ​หลักๆก็คือการสั่นไหวของกล้องที่ตั้งไม่มั่นคงซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคุณเคลื่อนย้ายกล้องขณะที่จับภาพ

ในสถานการณ์​ที่มีแสงสว่างมากพอ​ การสั่นไหวของกล้องอาจไม่เป็น​ปัญหา​เพราะ​ว่าในที่ที่มีแสงเยอะ​ กล้องจะใช้ชัตเตอร์​ที่มีความเร็ว​สูงเพื่อป้องกันไม่ให้แสงเข้ามามากไป​ และตัวชัตเตอร์​ความเร็วสูงจะหยุดทุกการเคลื่อนไหว​ในฉาก​รวมไปถึงการสั่นไหวของกล้อง​ ทำให้รูปถ่าย​ของ​คุณ​ยังคงสดใสและคมชัด

อย่างไร​ก็ตาม​ ในสถานการณ์​ที่มีแสงน้อย​ กล้องก็จะหันมาใช้ชัตเตอร์​ที่มีความเร็ว​ต่ำลง​เพื่อให้มีแสงเข้ามามากขึ้นในเวลาที่ยืดออกไป​ และช่วงนี้เอง​ การสั่นไหวของกล้องจะทำให้เกิดภาพเบลอได้​ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในยามมืดหรือที่ที่มีแสงไม่เพียงพอ​ ดังนั้นเป็นเรื่อง​สำคัญ​ที่คุณต้องตั้งกล้องให้มั่นคงก่อนถ่ายภาพ

ในกรณีนี้คุณอาจใช้ขาตั้งสามขา​ หรือ​ tripod สำหรับไอโฟน​เพื่อยึดกล้องไว้ในตำแหน่ง​ที่​มั่นคงขณะที่​คุณ​จับภาพ​ แต่ถ้าคุณไม่มี​ tripod ก็ให้คุณลองทำตามทริคเหล่านี้ดู​

วางไอโฟน​ของ​คุณ​ไว้บนพื้นผิวที่แข็​ง​แรง​เช่น​ ผนัง​ หรือ​ ก้อนหิน​

จับไอโฟน​ด้วยสองมืออย่างมั่นคง

พิงลำตัวไปกับผนังหรือต้นไม้ขณะถ่ายภาพ​เพื่อทำให้ร่างกายคุณอยู่​ในตำแหน่ง​ที่มั่นคง

ตั้งศอกของคุณในตำแหน่ง​ที่มั่นคงเพื่อให้แขนไม่สั่นไหว​

หมอบลงและวางไอโฟนตั้งไว้บนเข่า

ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ไอโฟน​ของ​คุณ​อยู่นิ่งที่สุดเท่าที่ทำได้เมื่อคุณต้องถ่ายรูป​ในที่ที่มีแสงน้อย
เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดที่สุดและกำจัด​ความเบลอที่ไม่พึงประสงค์​ออกไป

9. ใช้กฎสามส่วนเพื่อสร้างรูปถ่ายที่สวยงาม

ความคมชัดและการได้รับแสงอย่างพอดี​ถือเป็นเรื่องที่สำคั​ญ​ในการถ่ายภาพ​ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือการจัดวางองค์ประกอบ​ซึ่งถ้าคุณทำได้ดีนั้นจะทำให้รูปถ่ายของคุณดูโดดเด่น​กว่า​ปกติอย่างแน่นอน​

การจัดวางองค์​ประกอบ​ที่ดีนั้นหมายถึง​การวางสิ่งสำคัญ​ต่างๆในตำแหน่ง​ที่เหมาะสม​ โดยเฉพาะ​อย่างยิ่ง​ main subject​ ของ​คุณ​ ซึ่งสามารถ​ทำได้โดยใช้กฎสามส่วน​ ซึ่งระบุไว้ว่าคุณควรวางสิ่งที่สำคั​ญ​ที่สุด​ไว้นอกจุดศูนย์กลาง​ของกรอบการถ่ายภาพ​

นี่จะทำให้การจัดวาง​องค์​ประกอบ​นั้นดูเป็นธรรมชาติ​และมีสมดุลมากขึ้น​ ซึ่งจะเป็นอะไรที่น่าสนใจและดีต่อสายตาคนดูมากขึ้น​

โชคดีที่กล้องบนไอโฟนนั้นมีอุปกรณ์​ที่ช่วยให้คุณจัดวางองค์​ประกอบ​โดยใช้กฎสามส่วน​ ซึ่ง​เราเรียกมันว่า​ camera grid

การเปิดการใช้งาน​ gridline นั้นทำได้โดย​ ไปที่​ setting บนหน้าจอ​ home screen และเลื่อนลงมาเพื่อไปที่​ camera และดูว่า​ไอคอน grid ถูกเปิดการใช้งาน​ (สีเขียวปรากฏ​)​ อยู่หรือไม่

จากนั้นเมื่อคุณ​เปิดการใช้งานกล้อง​ คุณจะเห็นเส้นตรงทั้งหมด​ 4 เส้น​ โดยมี​ 2 เส้นในแนวตั้งและ​ 2 เส้นในแนวนอน​ ซึ่งคุณ​สามารถ​ใช้​เส้นเหล่านี้เพื่อหาตำแหน่ง​ที่เหมาะสมในการวางองค์​ประกอบ​ที่สำคั​ญ​ เช่น​ ในบริเวณ​ที่เส้น​ 2 แนวนั้นตัดกัน

ถ้าคุณถ่ายภาพ​ทิวทัศน์​ ให้คุณวางขอบฟ้า​ไว้บนเส้นแนวนอนด้านบนหรือด้านล่างแทนที่จะวางไว้ในใจกลางของภาพ​ และตัว​ gridline หรือเส้นแบ่งนี่เองจะช่วยบอกคุณ​ได้ว่าคุณจัดวางขอบฟ้าไว้อย่างเหมาะสม​แล้วหรือยัง

Camera grid ของไอโฟน​ช่วยให้คุณจัดวาง​องค์​ประกอบ​เพื่อให้ได้รูปถ่าย​อันน่า​ตื่นตา​ตื่น​ใจ​โดยใช้กฎสามส่วน​ ดังนั้น​อย่าลืมเปิดการใช้งาน​ gridline​ ก่อนการถ่ายภาพเพื่อจัดวางสิ่งสำคัญ​ต่างๆได้อย่างลงตัวที่สุด

แต่อย่าลืมว่ากฎมีไว้เพื่อการฝ่าฝืน​ ดังนั้นถ้าคุณฝึกฝนทักษะการใช้กฎสามส่วนจนชำนาญ​แล้ว​ ลองแหกกฎดู​ เพราะบางทีการจัดวาง​ subject​ ที่ใจกลางของกรอบการถ่ายภาพ​อาจเป็นอะไรที่น่าประทับใจ​ก็ได้​ หรือถ้าฉากนั้นมีความสมมาตร​ คุณก็อาจใช้การจัดวางองค์​ประกอบ​สำคัญที่ตรงกลางเพื่อสร้างสมมาตร​ที่มีสมดุลอย่างลงตัว

10. ใช้ leading lines หรือเส้นนำ เพื่อภาพถ่ายที่ดูมีพลังและความลึกอันน่าเหลือเชื่อ

ในบางครั้งคุณอาจรู้สึก​ว่าภาพที่คุณถ่ายนั้นดูเรียบๆและไม่มีชีวิตชีวา​เลย​ สิ่งเหล่านี้​สามารถ​แก้ไขได้โดยใช้​ leading lines หรือเส้นนำ

Leading lines คือเส้นที่นำจากพื้นหน้าไปยังพื้นหลังของฉาก​ ซึ่งอาจจะเป็น​ ทางเดิน​ ถนน​ แม่น้ำ​ทางรถไฟ​ หรือ รั้ว​ ผนัง​ สะพาน​ ต้นไม้ที่เรียงกันเป็นแนวยาว​ หรือ​ รอยเท้าบนหิมะ​ กระแสน้ำริมชายหาด​ ก็ได้เช่นกัน​

ในความเป็นจริง​แล้วคุณสามารถ​ใช้​อะไรเป็นเส้นนำก็ได้​ ตราบใดที่มันสามารถ​ดึงความสนใจจากคนดูไปที่ภาพได้

เพื่อให้มั่นใจ​ว่า​เส้นนำที่คุณใช้นั้นสร้างความรู้สึก​เชิงลึกให้กับรูป​ ให้คุณ​ตั้งกรอบการถ่ายภาพ​ในลักษณะ​ที่ให้เส้นนั้นมีจุดเริ่มต้น​จากพื้นหน้าก่อน​ และเส้นนั้นควรนำไปยังระยะทางที่ไกลออกไป​ หรือ​ ไปสู่​ main subject ของ​คุณ​

นี่เป็น​เทคนิค​การจัดวางองค์​ประกอบ​ที่เรียบง่าย​แต่สามารถสร้างผลลัพธ์​ที่แตกต่างในการถ่ายภาพ​ด้วยมือถือได้อย่างมาก​ ดังนั้น​ทุกครั้งที่คุณออกไปถ่ายรูป​ ให้มองหา​ leading lines และใช้มันเพื่อสร้างความลึกที่ทำให้เกิดความมีชีวิตชีวา​ให้กับรูปถ่าย​ของ​คุณ

11. ทดลองกับมุมมองที่แตกต่างออกไปเพื่อภาพถ่ายที่มีคุณลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร

คนส่วนมากมักจะถ่ายภาพ​ด้วยระดับความสูงประมาณ​หน้าอกขณะที่ยืนอยู่​ แต่เชื่อ​หรือไม่​ว่าคุณจะได้รูปที่น่าสนใจกว่ามากถ้าคุณ​ถ่ายจากมุมมองที่ต่างกันออกไป

ดังนั้นให้คุณมองหามุมมองทางเลือกอื่นๆเมื่อคุณต้องการถ่ายรูปสวยๆซักใบ​ เช่น​ การถ่ายภาพจากมุมที่อยู่ต่ำ​ ซึ่งทำได้โดยการหมอบ​ คุกเข่า​ หรือ​ นอนราบไปบนพื้นเพื่อจับภาพจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน

การถ่ายภาพ​จาก​มุมมอง​ที่อยู่ต่ำนั้นทำให้​ subject​ ที่อยู่บนพื้นหน้านั้นดูใหญ่​ขึ้น​ ซึ่งคุณ​สามารถ​ทดลองได้โดยการถ่ายขึ้นไปที่ตึกสูงๆ​ เพดานห้องที่สวยงาม​ หรือ​ ท้องฟ้าที่เห็นต้นไม้
รายล้อมอยู่ด้านบน

ในทางกลับกัน​คุณ​อาจถ่ายลงมาจากที่สูงเพื่อเก็บรายละเอียด​ของ​ subject ที่อยู่ด้านล่าง​ หรือ​ ขยับไปใกล้ๆ​ subject เพื่ิอจับรายละเอียด​เล็กๆด้านใน​ได้มากขึ้น​

อีกเทคนิค​หนึ่งที่เราอยากแนะนำคือ​ ให้คุณถ่ายผ่านกรอบ​ ซึ่งอาจจะเป็น​ ทางลอดซุ้ม​ ทางประตู​ หรือ​ หน้าต่าง​ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับพื้นหน้าต่อคนดู​ และนำสายตาจากกรอบไปสู่พื้นหลังของภาพ

ถ้าหากคุณต้องการให้ภาพถ่าย​ที่ได้นั้นดูมีเอกลักษณ์​เฉพาะตัว​ไปอีก​ ให้คุณ​ลองถ่ายรูปผ่านวัตถุที่เป็นกึ่งโปร่งใส​ดู​  เช่น​ แก้วที่ถูกแช่จนเย็นจัด​หรือ​หน้าต่างที่เต็มไปด้วยหยดน้ำ

นี่เป็นไอเดียที่ดีในการสร้างภาพถ่ายแบบ​ abstract ดังนั้นให้คุณ​จำไว้ว่าอย่าถ่ายรูปในรูปแบบเดิมๆ​ แต่ให้หาไอเดียใหม่ๆในการถ่ายภาพด้วยมุมมองที่ต่างไปจากเดิม​ และนี่จะสร้างประสบการณ์​การถ่ายภาพที่แตกต่างและน่าตื่นตาตื่นใจ​ไปจากเดิมแน่นอน

12. ทำให้การจัดองค์ประกอบดูเป็นเรื่องที่เรียบง่ายแต่ให้ผลลัพธ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ

โดยส่วนใหญ่​แล้วรูปถ่ายที่ดีที่สุดคือรูปที่ถ่ายด้วยวิธีหรือกระบวนการ​ที่​เรียบง่ายที่สุด​ นั่นเพราะ​ว่าการใส่อะไรเข้าไปในฉากที่เยอะเกินจะเป็น​การสร้าง​ความสับสน​และคนดูจะไม่รู้ว่าควรจะมุ่งความสนใจไปที่ไหนในรูป​ ดังนั้นทุกครั้งที่คุณจัดองค์ประกอบ​ภาพ​ ให้คำนึงถึง​ความเรียบง่ายเป็นสำคัญ​

แล้วเราจะสร้างการจัดองค์ประกอบ​ที่​เรียบง่ายได้อย่างไร​ ประการแรกก็คือ​ ให้คุณพยายามมี​ subject เดียวในรูป​ เพราะการถ่ายภาพที่มีหลาย​ subject นั้นจะทำให้รูปที่ถ่ายออกมาดูน่าสับสน

ประการที่สองคือ​ ให้ดูว่าพื้นหลังนั้นดูไม่ยุ่งเหยิง​หรือดูจะเป็นการรบกวนสมดุลของภาพมากเกินไป​ ซึ่ง​คุณอาจลองเปลี่ยนมุมในการถ่ายภาพเพื่อกำจัดสิ่งที่อาจมาดึงความสนใจในฉากการถ่ายภาพ​ของคุณ​ โดยคุณอาจจะลองก้าวไปด้านซ้าย/ขวา​ ทีละน้อย​ หรือ​ทำตัวให้อยู่ต่ำลงเพื่อให้ท้องฟ้าเข้ามามีพื้นที่ในฉากของคุณมากขึ้น​ หรือว่า​ ลองขยับเข้าไปใกล้​ subject เพื่อให้เฉพาะ​ subject นั้นอยู่ในกรอบการถ่ายภาพ​และกำจัดพื้นหลังที่ไม่พึงประสงค์​ออกไป

สุดท้าย​ก็คือให้คุณ​พยายามให้มีพื้นที่ว่างเปล่าในรูปมากขึ้น​ โดยในศาสตร์​การถ่ายภาพ​เราเรียกพื้นที่ว่างเปล่านี้ว่า​ negative space ซึ่งจะเป็นตัวที่ช่วยดึงดูดความสนใจ​ต่อ​ subject​ ให้กับรูปของ​คุณ​ ดังนั้น​ อย่าลืม​ทำให้การจัดวางองค์​ประกอบ​นั้นเรียบง่ายเข้าไว้​ เพราะความเรียบง่ายมักจะเป็นอะไรที่ทำให้เกิดความน่า​ตื่นตา​ตื่น​ใจ​สำหรับคนดูได้ดีทีเดียว​

Promotion Course

Scroll to Top